วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วัยเจริญพันธุ์


วัยเจริญพันธุ์ หมายถึง สภาวะที่สมบูรณ์แแข็งแรงของร่างกายและจิตใจที่เป็นผลอันเกิดจากการกระบวนการและหน้าที่ของการเจริญพันธุ์ที่สมบูรณ์ของบุคคลที่สามารถมีบุตรได้ทั้งชายและหญิง ซึ่งมีอายุประมาณ 11 ปี ถึง 45 ปี
การดูแลรักษาอนามัยทางเพศของเพศชาย
    1.อาบน้ำล้างให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ก็พอ
    2. ควรทำให้หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศเปิดจะได้สะอาดไม่มีขี้เปียก
    3. กางเกงในควรซักให้สะอาดตากแดด กันเป็นเชื้อราและเป็นสังคัง
    4. ไม่ควรใช้เสื้อผ้าของบุคคลอื่น
    5. อย่าให้อวัยวะถูกกระทบกระเทือน ไม่ควรช่วยตัวเองบ่อยเกินไป
    6. ไม่สำส่อนทางเพศ ถ้าจำเป็นให้ใช้ถุงยางอนามัย
การดูแลรักษาอนามัยทางเพศของเพศหญิง
    1. อาบน้ำและชำระล้างอวัยวะเพศให้สะอาดด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างโดยเฉพาะ
    2. หลังอาบน้ำหรือปัสสาวะ เช็ดอวัยวะเพศให้แห้งสะอาด
    3. สวมชุดชั้นในที่สะอาดและไม่สวมเสื้อผ้าของผู้อื่น
    4. ก่อนใช้ส้วมควรล้างก่อนการใช้
    5. ระหว่างมีประจำเดือนควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ
    6. การทำความสะอาดควรล้างจากหน้าไปทางทวารหนัก ป้องกันการติดเชื้อโรคของช่องคลอด
    7. ไม่สำส่อนทางเพศและป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
    8. เมื่อมีความผิดปกติ เช่น ตกขาวมาก มีกลิ่นเหม็น ควรพบปรึกษาแพทย์
          สิ่งที่เกิดขึ้นในวัยรุ่นตอนต้นและการปฏิบัติตน

      1. สิว ในวัยรุ่นตอนต้นเป็นวัยที่มีสิวขึ้นซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเป็นทั้งหน้าและลำตัวถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติจากคนทั่วไป สิวมีหลายชนิด ที่พบบ่อยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย การรับประทานอาหารบางอย่าง การดูแลเมื่อเป็นสิวที่สำคัญคือ การักษาความสะอาดของใบหน้าหากเป็นมากควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง หากเป็นเล็กน้อยก็ไม่ต้องกังวลจะหายได้เมื่อนักเรียนมีอายุมากขึ้นแต่อาจมีบ้างแม้เป็นผู้ใหญ่
      2.กลิ่นตัว ที่พบบ่อยมีสองส่วนคือกลิ่นรักแร้และกลิ่นตัว กลิ่นรักแร้ใช้สารส้มหรือน้ำยากำจัดกลิ่นที่มีขายตามท้องตลาดก็หายได้ ส่วนกลิ่นตัวก็ให้อาบน้ำ
      ชำระร่างกายให้สะอาดมากกว่าปกติทั่วไป หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว เช่น หัวหอม ทุเรียน กระเทียม เป็นต้น ถ้าแก้แล้วไม่หายควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
      3. การมีประจำเดือนหรือระดู การมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้นและจะมีจนหมดวัยเจริญพันธุ์ เดือนละครั้ง มาครั้งละประมาณ 3-7 วัน เลือดที่ออกมาเกิดจากการหลุดลอกตัวของผนังมดลูกเป็นเลือดดีไม่ใช่เลือดเสียอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด ถ้ามีนานมากกว่า 7 วัน หรือมาเร็วกว่าปกติหรือไม่มาเลยหลายๆเดือนโดยไม่ตั้งครรภ์ ปวดท้องมากมีเป็นลิ่มเลือดมาก ควรปรึกษาแพทย์
      4. ฝันเปียก เป็นสิ่งเกิดกับเพศชายเท่านั้น นักเรียนอาจฝันว่าได้ร่วมเพศหรือไม่ก็ตามน้ำอสุจิจะไหลออกมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นไม่ต้องกังวลใจใดๆไม่มีผลเสีย
      5. อารมณ์เพศ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะเริ่มมีความต้องการทางเพศโดยธรรมชาติโดยเฉพาะในเพศชายจะมากกว่าเพศหญิงและจะมีมากขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้น ดังนั้นนักเรียนควรหันเหความต้องการทางเพศไปเล่นกีฬา ดนตรีดีกว่า และควรหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธสถานการณ์เสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์ในวัยที่ไม่ควร
      การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และโรคจากการมีเพศสัมพันธ์
                การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์มีผลเสียมากมาย นอกจากการตั้งครรภ์แล้วนักเรียนอาจติดเชื้อโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ต่างๆ เช่น โรคเอดส์ หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส หูด เริม โลน ฝีมะม่วง ฯลฯ ถ้านักเรียนมีเพศสัมพันธ์มากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป ก็มีโอกาสติดเชื้อโรคต่างๆ
        วิธีป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ (Safe Sex)
          1. ไม่ควรมีคู่รักเร็วเกินไปเพราะอาจมีเพศสัมพันธ์และตั้งครรภ์ได้
          2. เมื่อจำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ต้องสวมถุงยางอนามัน
          3. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนหลายๆคน
          4. งดการเที่ยวเตร่ในเวลากลางคืน
          5. ระบายความต้องการทางเพศอย่างถูกต้อง เช่น การช่วยตนเอง
          6. เมื่อมีปัญหาต่างๆ ต้องปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์แนะแนว หรือพ่อแม่
        การเอาตัวรอดจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
          1. รู้จักปฏิเสธ
          2.การหนีออกจากสถานที่นั้น หากนักเรียนเห็นว่ามีโอกาสเสี่ยง
          3. เลิกคบกับบุคคลดังกล่าวไปเลย

                     การที่คนเราจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขจำเป็นต้องมีครอบครัวที่ดีและสมาชิกในครอบครัวทำหน้าที่ของตนได้ดีและเหมาะสมถูกต้อง
                         ครอบครัว หมายถึง สถาบันแห่งแรกที่มนุษย์สร้างขึ้นจากความสัมพันธ์ที่มีต่อกันเพื่อเป็นตัวแทนของสถาบันสังคมภายนอกที่จะปลูกฝังความเชื่อ ค่านิยม และทัศนคติกับสมาชิกรุ่นใหม่ของสังคมที่มีชีวิตอุบัติขึ้นในครอบครัว
            ครอบครัวแบ่งได้ 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ
              1. ครอบครัวเดี่ยว (Nuclear family) คือ ครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูก
              2. ครอบครัวขยาย (Extended family) คือ ครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกปู่ย่าตายายญาติๆ อยู่ร่วมกัน
            Phylis J. Meidlejohn แบ่งวัฏจักรของครอบครัวออกเป็น 9 ขั้นตอนดังนี้
              1.ระยะเริ่มการสมรส พัฒนาการครอบครัว
              2. ระยะแรกตั้งครรภ์
              3. ระยะเริ่มเป็นบิดา มารดา
              4. ปีที่ว้าวุ่น
              5. ระยะเริ่มเข้าโรงเรียน
              6. ระยะบุตรเข้าสู่วัยรุ่น
              7. ระยะบุตรแยกครอบครัว
              8. ระยะบ้านว่างเปล่า
              9. ระยะปัจฉิมวัย

                      ลักษณะและความสำคัญของพฤติกรรมสุขภาพ
              ความหมาย ประเภท องค์ประกอบและลักษณะของพฤติกรรมสุขภาพ
              1. ความหมายของพฤติกรรมสุขภาพ
               
                       สุขภาพ หมายถึง ภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางใจ ทางสังคม และทางจิตวิญญาณที่เชื่องโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล
                     พฤติกรรมสุขภาพ หมายถึง การปฏิบัติหรือกิจกรรมใดๆ ในด้านการป้องกัน การสร้างเสริม การรักษาและการฟื้นฟูสุขภาพ อันมีผลต่อสภาวะทางสุขภาพของบุคคล

              2. ประเภทของพฤติกรรมสุขภาพ
                1) พฤติกรรมการป้องกัน หมายถึง การปฏิบัติของบุคคลในการป้องกัน
                2) พฤติกรรมเมื่อเจ็บป่วย หมายถึง การปฏิบัติที่บุคคลกระทำเมื่อร่างกายมีอาการผิดปกติหรือเจ็บป่วย
                3) พฤติกรรมบทบาทของการเจ็บป่วย หมายถึง การปฏิบัติที่บุคคลกระทำหลังจากได้ทราบผลการวินิจฉัยโรคแล้ว
                  3. องค์ประกอบของพฤติกรรมสุขภาพ
                    1) พฤติกรรมด้านความรู้ หรือ พุทธิปัญญา หมายถึง สิ่งที่แสดงให้บุคคลนั้นรู้และคิดเกี่ยวกับสูขภาพหรือโรคต่างๆ
                    2) พฤติกรรมด้านทัศนคติ ค่านิยม ความรู้สึก ความชอบ หมายถึง สภาพความพร้อมทางจิตใจของบุคคลเกี่ยวกับสุขภาพ
                    3) พฤติกรรมด้านการปฏิบัติ หมายถึง สิ่งที่บุคคลปฏิบัติออกมา
                  4. ลักษณะของพฤติกรรมสุขภาพ
                    1) พฤติกรรมที่พึงประสงค์ หมายถึง พฤติกรรมที่บุคคลปฏิบัติแล้วส่งผลดีต่อสุขภาพของบุคคลนั้นๆเอง
                    2) พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ หรือ พฤติกรรมเสี่ยง หมายถึง พฤติกรรมที่บุคคลปฏิบัติแล้วอาจนำไปสู่การเกิดอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพของตนเองและผู้อื่น






                    http://www.snr.ac.th/main/elearning/kamtorn/section2.6.htm