นันทนาการ
3.3.1 ความหมายของนันทนาการ
คำ “นันทนาการ” เป็นคำใหม่ที่บัญญัติขึ้นใช้แทนคำ “สันทนาการ” สำหรับคำภาษาอังกฤษคือ "Recreation" ซึ่งมาจากคำ " Create"แปลว่าสร้างขึ้นหรือทำขึ้น เติมคำ “Re” เป็น “Recreate” แปลว่า สร้างขึ้นมาใหม่หรือทำขึ้นใหม่ เมื่อเป็น “Recreation” ก็ให้ความหมายว่า “การสร้างขึ้นมาใหม่” ซึ่งหมายความว่า คนเราเมื่อประกอบภารกิจประจำวันก็จะเกิดความเครียด ความอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เมื่อยล้า ทั้งร่างกายและจิตใจ ก็จะต้องหาสิ่งที่ทำให้ความเครียด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียหายไปกลับมีพลังคืนสภาพปกติ
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายของคำว่า “นันทนาการ” ไว้ว่า “กิจกรรมที่ทำตามสมัครใจในยามว่างเพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินและผ่อนคลายความตึงเครียด” ลักษณะของกิจกรรมนันทนาการ
กิจกรรมนันทนาการจะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
1. เป็นกิจกรรม (Activity) กล่าวคือ เป็นการกระทำด้วยการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายหรือเปลี่ยนแปลงอิริยาบถที่มีปฏิกิริยาต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การวิ่งออกกำลังกาย การเดินออกกำลังกาย การเล่นกีฬา ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ ฯลฯไม่หมายถึงการนอนหลับ แต่ต้องเป็นการเคลื่อนไหวและมีผลต่อการเรียนรู้และประสบการณ์ของชีวิตของคนเราด้วย
2. กระทำในเวลาว่าง
(Leisure time) ลักษณะของกิจกรรมนันทนาการนั้นบุคคลต้องเข้าร่วมในเวลาว่างเท่านั้น เวลาว่าง หมายถึง เวลาที่บุคคลเป็นอิสระจากการหาเลี้ยงชีพ และเป็นเวลาที่เหลือจากการนอนและการประกอบกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัวเป็นต้น
3. ความสมัครใจ
(Voluntary) เป็นการเข้าร่วมกิจกรรมนั้น ๆ ต้องเป็นไปโดยความสมัครใจ
4. ความสนุกสนานและความสมัครใจ
(Satisfaction) กิจกรรมนั้นต้องก่อให้เกิดความพึงพอใจเพลิดเพลินสนุกสนานในทันทีและเกิดความพอใจทั้งปัจจุบันและอนาคต
5. การสร้างสรรค์
(Constructive) กิจกรรมนั้นจะต้องมีคุณค่าและประโยชน์ต่อตนเองและสังคมโดยส่วนรวม รวมทั้งไม่เป็นอบายมุขหรือเหตุแห่งความเสื่อมเสียทั้งหลาย
6.ไม่เป็นกิจกรรมสำหรับเลี้ยงชีพหรือเป็นอาชีพ (Non - resurvival) เช่น การเล่นกีฬาเพื่อความสนุกสนาน และเป็นการออกกำลังกายโดยไม่ต้องการเงินตอบแทนถือเป็นกิจกรรมนันทนาการ
3.3.2 ประโยชน์ของการนันทนาการ
Cucher ได้แยกประโยชน์ของนันทนาการไว้ 4 หัวข้อใหญ่ ๆ (อ้างถึงใน พ่วง, 2525) คือ
1. ประโยชน์ทางด้านสุขภาพ
2. ประโยชน์ทางด้านมนุษยสัมพันธ์
3. ประโยชน์ในการพัฒนาความเป็นพลเมืองดี
4. ประโยชน์ทางด้านการพัฒนาตนเอง
ดังรายละเอียดที่จะกล่าวต่อไปนี้
1. ประโยชน์ทางด้านสุขภาพ
1.1 สุขภาพทางกาย ร่างกายของมนุษย์หากไม่มีการเคลื่อนไหวออกกำลังกายอยู่
เสมอก็จะทำให้ทรุดโทรมเจ็บป่วยได้ง่าย ลักษณะการดำเนินชีวิตในปัจจุบันเอื้ออำนวยให้คนออกกำลังกายน้อยลง เพราะมีเครื่องทุ่นแรงช่วย เช่น มีรถยนต์ รถไถนา รถแทรกเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ จึงควรหาเวลาว่างหลังจากเลิกงาน หรือวันหยุด เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการประเภทกีฬาต่าง ๆ ที่ใช้กำลัง เพื่อเสริมให้คนเรามีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ซึ่งนอกจากจะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ยังทำให้ความสามารถในการดำเนินชีวิตให้สุขสบายได้ด้วย
1.2 สุขภาพจิต การเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการจะช่วยให้คนที่ทำงานหนักได้มี
โอกาสผ่อนคลายความตึงเครียดทางอารมณ์ เป็นทางระบายออกของอารมณ์ที่ดีอย่างหนึ่ง ซึ่งมีผลส่งเสริมสุขภาพจิตได้เป็นอย่างดี
2. ประโยชน์ทางด้านมนุษยสัมพันธ์
นันทนาการให้ประโยชน์ทั้งทางส่งเสริมความรักใคร่อบอุ่นภายในครอบครัวและมนุษยสัมพันธ์ในกลุ่มคนที่ร่วมการนันทนาการกันภายในครอบครัว กิจกรรมนันทนาการจะเป็นสื่อกลางให้สมาชิกในครอบครัวแสดงออกซึ่งความร่วมกันในยามว่างมากขึ้นในหมู่คนที่ร่วมการนันทนาการกัน กิจกรรมต่างๆ จะทำให้ทัศนคติต่อมนุษยสัมพันธ์พัฒนาไปในทางที่ดี มีการร่วมมือกันดีขึ้น ยอมรับและเข้าใจสิทธิผู้อื่นและความคิดที่คนอื่นในกลุ่มให้
3. ประโยชน์ด้านการพัฒนาพลเมืองดี
นันทนาการมีส่วนเสริมสร้างในการพัฒนาชุมชนคือทำให้ชุมชนเกิดความเป็นปึกแผ่นเป็นการรวมประชากรโดยปราศจากการแบ่งชนชั้นทั้งทางด้านสิทธิ ศาสนา เศรษฐกิจหรือความคิดต่าง ๆ สามารถสร้างขวัญของสมาชิกในชุมชนมีส่วนป้องกันปัญหาอาชญากรรมและความประพฤติพาลเกเรของเด็กและเยาวชน
4. ประโยชน์ด้านการพัฒนาตนเอง
กิจกรรมนันทนาการช่วยพัฒนาความสามารถของบุคคล ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และสุนทรียภาพ มีส่วนทำให้มนุษย์สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา เนื่องจากใช้ความสามารถของตนเองทำให้เกิดการพัฒนาทางทักษะที่มีซ่อนอยู่ในตัว
3.3.3 ประเภทของนันทนาการ
กิจกรรมนันทนาการมีให้เลือกหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งคนเราควรมีกิจกรรมนันทนาการหลาย ๆ อย่าง เพื่อจะได้ไม่เบื่อหน่าย แต่ควรเลือกให้เหมาะสมกับอัตภาพของตนเอง
กิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ มีดังนี้
1. การฝึกมือหรือหัตกรรม เช่น การวาดภาพ ปั้น แกะสลัก จักสาน ประดิษฐ์ดอกไม้ เย็บปักถักร้อย เป็นต้น
2. นาฏกรรม เช่น ลีลาศ รำวง ฟ้อนรำและกิจกรรมเข้าจังหวะต่าง ๆ
3. ดนตรี ได้แก่ กิจกรรมทางดนตรีทุกชนิด ไม่ว่าการฟัง การร้อง การเล่นดนตรี
4. การเล่นเกมส์และกีฬาต่าง ๆ เช่น หมากรุก เล่นว่าว ว่ายน้ำ ฯลฯ รวมทั้งการชมเกมส์ และกีฬาต่าง ๆ ด้วย
5. งานอดิเรก เช่น สะสมแสตมป์ สะสมของเก่า เลี้ยงปลา ถ่ายรูป ยิงนก ตกปลา แต่งสวนดอกไม้
6. ทัศนศึกษา เช่น การชมละคร ชมภาพยนตร์โทรทัศน์ การเที่ยวชมและศึกษาภูมิประเทศ และสถานที่สวยงามต่าง ๆ การอยู่ค่ายพักแรม การเดินทางไกลหาความเพลิดเพลินกับธรรมชาติ
7. ศิลปะทางภาษา เช่น การอ่านหนังสือและวารสารประเภทต่าง ๆ การเขียนบทความ การแต่งคำประพันธ์ การอภิปรายหรือการโต้วาทีและการฟังวิทยุ
8. กิจกรรมทางสังคม ได้แก่ กิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราวเพื่อประโยชน์ในทางสังคมและการพบปะสังสรรค์ รวมทั้งเพื่อความสนุกสนานและเป็นการพักผ่อนหย่อนใจไปด้วยในตัว เช่น งานเลี้ยงวันเกิด งานเลี้ยงครบรอบแต่งงาน งานเลี้ยงชุมชนศิษย์เก่า งานเลี้ยงสมาคมหรือสโมสร ต่าง ๆ
9. กิจกรรมพิเศษ ได้แก่ กิจกรรมอื่น ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อความมุ่งหมายนอกเหนือจากที่กล่าวแล้ว ทั้งหมด เช่น การเล่นสงกรานต์ การแข่งขันพื้นเมือง การเที่ยวงานวันประจำปี งานเทศกาลประจำปี และงานมหกรรมต่าง ๆ เป็นต้น
จะเห็นว่า กิจกรรมนันทนาการมีหลายประเภท บุคคลสามารถเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับตนเอง อันจะก่อให้เกิดความพอใจ ความสนุกสนาน และยังเกิดประโยชน์ที่สร้างสรรค์ ทั้งต่อตนเองและสังคม อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป